Category: Uncategorized

March 18th, 2017 by admin

5 สิ่งที่หาไม่ได้จากตำราการเทรด

การศึกษาการลงทุนต่างๆในโลกการเงินแห่งนี้ ต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างหนัก เพื่อที่จะได้รับความสามารถในศาสตร์นั้นๆมา เช่นเดียวกับการเทรด Forex นั้นต้องทำการบ้าน , ต้องวิเคราะห์ตลาด , ต้องประเมินความเสี่ยงในการเทรด , การบริหารหน้าตัก , ควบคุมอารมณ์ และอีกต่างๆมากมาย ถึงแม้ว่าเราจะศึกษาอ่านหนังสือการเทรด หรือลงเรียนคอร์สต่างๆ อย่างหนักหน่วงแล้ว แต่ยังมีอีกหลากสิ่งที่หาไม่ได้จากตำรา นั้นก็คือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง

 

 

  1. อารมณ์ตอนเทรดราวกับนั่งรถไฟเหาะ – เมื่อก้าวเข้ามาเทรดใน Forex ครั้งแรก มักทราบว่าตลาดแห่งนี้สามารถกระชากอารมณ์ของเราออกมาอย่างรุนแรง แม้ว่าตัวเราจะนั่งอยู่นิ่งๆก็ตาม อารมณ์ที่ต้องเจอทั้ง ดีใจ , กลัว , สับสน , ตื่นเต้น , เครียด และอื่นๆมากมาย ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องจัดการมันให้ได้
  2. เราไม่สามารถควบคุมตลาดได้ในตลาด Forex มีมูลค่าการเทรดต่อวันราว 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เทรดเดอร์เพียง 1 คน จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของทิศทางราคาในตลาด ดังนั้นอย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าตลาด เทรดตามสภาพตลาด ณ ที่เป็นตอนนั้นดีกว่า
  3. ความโลภอาจนำไปสู่หายนะ – ความโลภหากใช้มันอย่างเหมาะสมก็จะเป็นสิ่งที่ดี เป็นแรงจูงใจให้เราก้าวไปข้างหน้า แต่ถ้าหากมีความโลภมากเกินไป ในการเทรดนั้นมันจะนำพาไปสู่หายนะได้
  4. รอให้เป็นอย่าไปรีบเทรด อย่าคันมือ รอจังหวะที่ราคาเข้า Set up ของเรา ค่อยเทรด รอจังหวะที่หน้าเทรดของเรานั้นมี Risk reward ratio ที่ดี ค่อยเทรด อย่าไปกังวลว่าจะตกรถ หรือเสียโอกาส เพราะใน Forex โอกาสมาให้เห็นอยู่เสมอ
  5. มีเสี่ยงบ้างการเทรดก็เปรียบเสมือนการทำธุรกิจ ต้องมีความเสี่ยงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ว่าจะทำธุรกิจแล้วไม่มีความเสี่ยง ดังนั้นต้องเข้าใจว่าในการเทรดอาจมีแพ้บ้าง แต่ของให้การแพ้นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนทางในการนำไปสู่การชนะในภาพรวม

 

ทีมงาน : forexthairich.com

Posted in Uncategorized

June 6th, 2016 by admin

ต่อจากบทความที่แล้ว ที่นำเสนอถึงปรากฏการณ์หรือความอคติต่างๆที่ทำให้เทรดเดอร์ไม่สามารถทำกำไรจากตลาดได้ ย้ำอยู่เสมอว่าการเทรดนั้น “ยาก” แต่ที่บอกว่ายากนั้นไม่ได้หมายถึงวิธีการที่เทรด แต่พูดถึงการควมคุมจิตใจหรือที่ระบบความคิดต่างๆ เราจะมาต่อถึงปรากฎการต่างๆที่เป็นตัวขัดขวางให้เทรดเดอร์ไม่ถึงเป้าหมาย

outcome bias

Outcome Bias : เทรดเดอร์ชอบคิดว่า การทำกำไรได้เป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ การไปโฟกัสที่ผลลัพธ์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรสำหรับเทรดเดอร์เลย บางทีคุณอาจจะเทรดแย่ๆ หรือไม่ทำตามแผนที่วางไว้ แต่สุดท้ายคุณกลับกำไร เนื่องจากโชคหรืออะไรบางอย่าง นี่เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ไม่ควรทำอย่างยิ่ง และในกรณีตรงกันข้าม ถ้าคุณทำตามแผนที่วางไว้ทั้งหมด แต่สุดท้ายกลับขาดทุน ไม่ต้องกังวลเลยนะครับ นี่เหละเป็นหนทางสู่อาชีพเทรดเดอร์ที่แท้จริงมากกว่าจะไปพึ่งดวง

recency bias

Recency Bias : สมมติว่าการเทรด 5 ครั้งล่าสุดของคุณชนะหมด คุณมักจะคิดว่าวิธีการที่ใช้นี่สุดยอด คุณก็จะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นในครั้งที่ 6 และในอีกมุมหนึ่ง ถ้าการเทรด 5 ครั้งล่าสุดของคุณแพ้ทั้งหมด คุณก็จะเริ่มสงสัยว่าวิธีการที่คุณใช้นั้นไม่ดี และในการเทรดครั้งต่อไปก็จะลดขนาดของออเดอร์ลง เพราะกลัวว่าจะแพ้อีก โดยเหตุการณ์ทั้ง 2 อย่างนี้เป็นระบบการคิดที่คนทั่วไปมักคิดกัน และซึ่งไม่ดีอาชีพเทรดเดอร์เลย การให้ผลลัพธ์ของการเทรดเพียงไม่กี่ครั้งมาเป็นตัวตัดสินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การชนะติดต่อกัน 5 ครั้งไม่ได้แปลว่าครั้งที่ 6 จะต้องชนะด้วยเช่นกันเลย คุณไม่ควรใช้ผลการเทรดเพียงไม่กี่ครั้งมาเป็นตัวตัดสินเพื่อปรับวิธีการต่างๆในการเทรด

seersucker illusion

Seersucker Illusion : เทรดเดอร์ส่วนมากชอบติดตามพวก กูรู หรือเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงตามสื่อต่างๆ และมักจะชอบตัดสินใจตาม กูรู เหล่านี้ ซึ่งการเทรดบนความคิดเห็นของคนอื่นนั้นเป็นหายนะของเทรดเดอร์เลยทีเดียว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครที่สามารถคาดการณ์ตลาดได้แม่นยำอยู่แล้ว กูรู บางคน อาจทายผิดบ่อยครั้งกว่าถูกด้วยซ้ำ แต่ด้วยเพราะชื่อเสียงและวิธีการพูดที่ทำให้น่าเชื่อถือและน่าสนใจ หน้าที่ของเทรดเดอร์อย่างเราๆนั้น ควรที่จะตัดสินใจเทรดด้วยตัวเองมากกว่า เพื่อที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเราเอง

self - serving bias

Self-Serving Bias : คนเรามักพอสิ่งดีๆเกิดขึ้นมักให้เครดิตกับตัวเอง แต่พอเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีกับชอบโทษสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง เป็นพฤติกรรมที่เทรดเดอร์ไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากเราเทรดแพ้ ให้ตระหนักถึงตัวเองว่าเราผิดตรงไหนแล้วนำกลับไปแก้ไข ไม่ใช่ไปโทษตลาด โทษกูรู โทษโปรแกรมที่เทรด โทษโบรกเกอร์ ซึ่งจะกล่าวโทษสิ่งต่างนั้นไม่ได้ทำให้เราพัฒนาขึ้นเลยสักนิด เป็นต้น

nagativity bias

Negativity Bias : สมมติเหตุการณ์ถ้าตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 2 – 3 เดือน คนส่วนมากมักจะคิดว่าตลาดนั้นได้ขึ้นมาสูงมากแล้ว ใกล้ที่จะจบแล้วแล้ว อาจเห็นวิกฤติในระยะสั้นนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเทรดเดอร์ควรจะเทรดตามแนวโน้มตราบเท่าที่มันยังแสดงว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่ อย่าไปทำตัวฉลาดกว่าตลาด และอย่าไปคาดการณ์จากสิ่งที่ไม่มีมูล

การรับรู้ ยอมรับ และปรับปรุง เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ควรมี ถ้าคุณเริ่มที่จะตระหนักรู้จะสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ แม้ว่าจะเสียเงินก็ตาม แต่นี่จะเป็นสิ่งคอยเตือนว่าคุณจะไม่ทำมันผิดพลาดอีกในครั้งถัดไป

Posted in Uncategorized Tagged with:

June 6th, 2016 by admin

การเทรดเป็นที่ยอมรับกับว่าเป็นทักษะที่ใช้ความสามารถสูง โดยปกติคนเราปกติทั่วไปได้ถูกออกแบบมาให้ไม่สามารถเทรดชนะได้อยู่แล้ว เพราะคนทั่วไปจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ และไม่สามารถแยกแยะความถูกต้องต่างๆได้เท่าเทรดเดอร์มืออาชีพ ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงปรากฏการทางจิตวิทยาที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากเกี่ยกกับการเทรด

Bandwagon Effect - ปรากฏการแห่ตามกระแส

  1. Bandwagon Effect – ปรากฏการแห่ตามกระแส : คือปรากฏการที่คนเรามักจะทำตามคนส่วนมากทำ โดยไม่คำนึงถึงว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือจะผิด เช่น เห็นคนจำนวนมากต่อแถวซื้อขนมร้านๆหนึ่ง คนที่เดินผ่านไปมาก็คิดว่าร้านนี่ต้องอร่อยแน่เลย เลยเข้าไปต่อแถวซื้อ ซึ่งจริงๆแล้วร้านนั้นอาจจะไม่อร่อยก็ได้

ในการเทรด : ถ้าคุณมีกลุ่มเทรดเช่นใน ห้องไลน์ , facebook หรือ กลุ่มต่างๆ ในการแลกเปลี่ยนไอเดียในการเทรด คุณมักจะคิดว่ากลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นกลยุทธ์ที่ดี สามารถทำกำไรได้ โดยที่กลยุทธ์นั้นบางทีอาจไม่ได้ผ่านการพิสูจน์มาเลย นี่เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องตระหนักถึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่คนอื่นแชร์มาให้เรา เราไม่รู้เลยว่าเขารู้จริงหรือเปล่า เขาเป็นคนขี้โม้หรือเปล่า หรือเขาแค่ต้องการชื่อเสียง

Herding – รวมกลุ่ม

  1. Herding – รวมกลุ่ม : การกระทำที่ผู้คนมักจะจับกลุ่มกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ยากลำบาก มักเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความกลัว หรือสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ คนเรามักจะหาคนที่มีสถานการณ์คล้ายๆกับตัวเอง แล้วจับกลุ่มรวมกัน เพื่อที่ว่าจะรู้สึกปลอดภัย

ในการเทรด : จะส่งให้เกิดผลเชิงลบ 2 อย่างคือ 1) การรวมกลุ่มจะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ได้ เนื่องจากเมื่อผู้คนต่างคิดไปในทางเดียวกัน และ 2) เมื่อเทรดเดอร์ที่ไม่เข้าใจตลาด มักจะมารวมตัวกันเพื่อหาสิ่งที่ถูกต้อง แต่ทว่าแต่ละคนนั้นแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับตลาด เหมือนกับคนไม่รู้สองคนมาเถียงกัน ซึ่งผลลัพธ์ยังไงก็คือความเข้าใจผิดต่อๆไป

Information Bias – ความอคติของข้อมูล

  1. Information Bias – ความอคติของข้อมูล : บางคนชอบคิดว่าการมีข้อมูลเยอะๆจะทำให้การตัดสินใจดีขึ้น

ในการเทรด : เมื่อเทรดเดอร์เทรดเสีย เขามักจะป้องกันไม่ให้ความเสียหายนี้เกิดขึ้นซ้ำโดยการไปหาหนังสืออ่านเพิ่มเติม , เข้าคอร์สสัมมนา หรือไม่ก็อ่านเวปบอร์ดต่างๆเกี่ยวกับการเทรด โดยปราศจากเป้าหมายที่ชัดเจน เพียงแต่ว่าจะรวบรวมข้อมูลให้เยอะที่สุด ในขณะที่ความจริงแล้วการเทรดที่เสียครั้งนั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่เทรดเดอร์รู้น้อยเลย โดยเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของการเทรด แต่เทรดเดอร์ไม่เข้าใจเอง เนื่องจากปกติแล้วไม่มีระบบใดที่ชนะ 100%

Ostrich Effect – ปรากฏการณ์นกกระจอกเทศ

  1. Ostrich Effect – ปรากฏการณ์นกกระจอกเทศ : คือปรากฎการณ์ที่คนเรามักทำเป็นไม่สนใจกับเหตุการณ์แย่ๆที่เกิดขึ้น คล้ายกับนกกระจอกเทศที่เอาหัวฝังลงในทะเลทรายนั่นเอง

ในการเทรด : เมื่อเทรดเดอร์รู้ตัวเองว่าเทรดเสียอยู่ แต่ไม่สามารถยอมรับความผิดพลาดนั้น เขาทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น ปิดไม่ดูพอร์ต รอราคากลับมาที่ทุนเดิม และอีกอย่างหนึ่งคือมักขยาย Stoploss ออกไปให้กว้างขึ้น เพื่อชะลอการปิดออเดอร์ของออเดอร์ที่กำลังขาดทุนอยู่ และหวังว่าตลาดจะกลับมาในทิศทางที่คาดหวังไว้

self-enhancing transmission bias

  1. Self-Enhancing Transmission Bias : อธิบายเกี่ยวกับคนส่วนมากชอบพูดแต่ถึงสิ่งที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าความล้มเหลว ทำให้นำไปสู่ความเข้าใจผิด เช่น คนมักพูดถึงแต่ความสำเร็จของนักกอล์ฟชื่อดังอย่าง Tiger Woods ว่าเป็นแชมป์โลก แต่เข้าไม่เคยพูดถึงความล้มเหลวของคนนี้ๆเลย ว่าต้องล้มเหลวเป็นจำนวนมากก่อนมาถึงจุดๆนี้ได้

ในการเทรด : เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการฝึกมาอย่างต่อเนื่อง และ ถูกต้อง โดยมือใหม่ส่วนมากที่เข้ามาในตลาดหวังจะรวยเร็ว และชอบทำตามที่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จออกมากล่าวตาม Youtube หรือบทความต่างๆในหนังสือพิมพ์ แต่ลืมมองอีกด้านที่เค้าต้องผ่านความล้มเหลวมาเป็นจำนวนที่เค้าไม่ได้พูดถึงเลย

จะเห็นได้ว่าความเป็นมนุษย์จริงๆแล้วนั้นจะไม่สามารถเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้ โดยหากจะทำกำไรจากตลาดในการเทรด ต้องอาศัยการควบคุมอารมณ์ที่มนุษย์ทั่วไปไม่ทำ การตระหนักว่าอารมณ์เราไม่ได้คิดอย่างคนทั่วไปนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อจะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

ทีมงาน : forexthairich.com

Posted in Uncategorized Tagged with:

June 6th, 2016 by admin

เทรดเดอร์มืออาชีพจะเป็นที่รู้กันดีกว่าอารมณ์มีผลต่อการเทรดมากแค่ไหน ถึงแม้วิธีการเทรดเราจะดีเลิศสักเพียงใด แต่หากเกิดอารมณ์ในการเทรดเข้ามาร่วมด้วยแล้ว ก็จะส่งทำให้ผลลัพธ์ออกมาแย่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยข้อผิดพลาดซ้ำๆเดิมๆ ที่เทรดเดอร์ส่วนมากมักเจอและไม่สามารถผ่านภาวะนี้ไปได้ เรามาดูภาวะอารมณ์ที่เทรดเดอร์เจอกันบ่อยๆ และเรามีวิธีแก้ไขเบื้องต้นมาแนะนำ

ข้อผิดพลาดในการเทรดที่เกิดการอารมณ์

 

ข้อผิดพลาดในการเทรด ภาวะอารมณ์ วิธีการแก้ไข
ไม่เปิดออเดอร์ แม้จะเข้าเงื่อนไขของสัญญาทั้งหมด กลัว ทำ Checklist ให้ชัดเจน , ลด Size การเทรดให้น้อยลง
ปิดทำกำไรเร็วเกินไป โดยไม่มีเหตุผล กลัว , โลภ ปิดการโชว์กำไรขาดทุน , เชื่อมั่นในแผนการที่วางไว้
ขยาย Stoploss หรือ ไม่ตัดขาดทุน กลัว , หวัง ปิดกราฟหลังจากที่เปิดออเดอร์ , ไม่ดูกำไรขาดทุน
ลืมดูข่าวหรือประกาศสำคัญ ขาดความระมัดวัง , เบื่อ ตรวจสอบปฏิทินข่าวก่อนเทรดทุกครั้ง
สั่งคำสั่งผิด เช่น ซื้อเป็นขาย หรือ ขนาดออเดอร์ผิด เป็นต้น ขาดความระมัดวัง , เบื่อ อย่าทำอย่างอื่นขณะเทรด , ทบทวนคำสั่งก่อนเทรดอย่างน้อย 1 รอบ
ให้น้ำหนักการเทรดต่อ 1 ออเดอร์มากเกินไป โลภ จัดการความเสี่ยงให้เป็นระบบมาตรฐานให้ชัดเจนไปเลย
ขยายจุดทำกำไรออกไป เนื่องจากคิดว่าราคาจะไปต่อ โลภ ปิดกราฟหลังจากที่เปิดออเดอร์ , ไม่ดูกำไรขาดทุน
เข้าเทรดเร็วเกินไป โดยที่ยังไม่ครบเงื่อนไข โลภ , หวัง ทำ Checklist ไว้ย้ำเตือน
รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพื่อหวังไม้ที่ขาดทุนจะกลับมากำไร หวัง จัดการความเสี่ยงให้เป็นระบบมาตรฐานให้ชัดเจนไปเลย

 

Posted in Uncategorized Tagged with: , , ,

June 6th, 2016 by admin

การเตรียมตัวสำหรับเทรดเดอร์

การเทรดในช่วงที่มีสภาพร่างกายและสติ 100% นั่นเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เราควรให้เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มเทรด และช่วงขณะเทรดก็เช่นกัน เพื่อให้การตัดสินใจของเรานั้นอยู่ในระดับมาตรฐานตลอดการเทรด รวมถึงต้องมีแผนการเทรดก่อนที่เราจะเริ่มเทรด มิฉะนั้นการเทรดของเราจะไร้จุดหมาย ลองนำหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้กันนะครับ

การเตรียมตัวสำหรับเทรดเดอร์

  • เตรียม Setup ในการเทรด : ไม่ว่าจะเครื่องมืออะไรก็ตามที่ใช้ ทั้ง Trend line , เส้นค่าเฉลี่ย , Indicator ต่างๆ เป็นต้น ควรศึกษามาก่อนว่าสามารถทำกำไรได้จริงหรือเปล่า มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ความเสี่ยงมากน้อยเท่าไร่ และต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ใช้ ไม่ใช่พอเสียก็เกิดอาการกลัวเกิดขึ้น
  • ร่างกายและจิตใจ : สภาพอารมณ์มีผลอย่างยิ่งต่อการเทรด ควรอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ปกติ ไม่ใช่เพิ่งทะเลาะกับพ่อแม่มา อย่างงี้ก็ควรหยุดเทรดไปก่อนเลย อีกทั้งป่วย , นอนน้อย , เจ็บตา อะไรประมาณนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการเทรด การออกกำลังกายก็สำคัญ เนื่องจากอาชีพเทรดเดอร์ค่อนข้างเครียด และกดดัน การออกกำลังกายจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรง และช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เช่นกัน
  • ตั้งเป้าหมาย : ตั้งเป้าหมายทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว โดยควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าในแต่ละเดือนกำไรเท่าไร่ ให้สอดคล้องกับเงินลงทุน และความเสี่ยงในการขาดทุนด้วยเช่นกัน
  • ตรวจสอบข่าวและปฏิทิน : ตรวจดูว่ามีประกาศอะไรที่สำคัญบ้าง ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ หรือ พวกข่าวที่สำคัญๆ
  • เครื่องไม้เครื่องมือ : อุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้เทรด ทั้งพวก Hardware อย่างคอมพิวเตอร์ที่ต้องพร้อม ไม่เกิดปัญหาช่วงเวลาเทรด รวมถึงระบบอินเตอร์เน็ตที่ต้องมีความเสถียร โดยปัญหาอินเตอร์เน็ตนั้นทำให้เทรดเดอร์หลายคนเสียหายจากเรื่องนี้มานักต่อนักแล้ว และ Software พวกโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ในการเทรด ควรตั้งค่าให้เรียบร้อย
  • บันทึกการเทรด : เป็นสิ่งที่จะคอยช่วยให้เราเห็นข้อผิดพลาดอะไรที่เกิดขึ้นในการเทรด แล้วนำไปพัฒนาทักษะนั้นๆต่อ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำเดิมเกิดขึ้น

Posted in Uncategorized Tagged with: ,

Mindset ของเทรดเดอร์มีอาชีพ
June 6th, 2016 by admin

Mindset ของเทรดเดอร์มีอาชีพ

Mindset หรือกระบวนการคิด เป็นสิ่งหนึ่งที่แยกระหว่างเทรดเดอร์มืออาชีพกับเทรดเดอร์มือใหม่ออกจากกันอย่างชัดเจน โดยคนส่วนมากชอบคิดว่าวิธีการเทรด , เครื่องมือที่ใช้ , Indicator ต่างๆ เป็นตัวแปรที่ทำให้ชนะการเทรดในระยะยาว แต่ความเป็นจริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดมันคือ Mindset ของเทรดเดอร์มากกว่า … เทรดเดอร์มืออาชีพที่สามารถสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องในระยะยาวนั้นมี Mindset ที่ดี เข้าใจถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

มือใหม่มักจะคิดถึงแต่ผลลัพธ์ แต่มืออาชีพจะคิดถึงกระบวนการมากกว่า … เทรดเดอร์มือใหม่วัดประสิทธิภาพการเทรดอย่างเดียวเลยคือ “เงิน” คิดว่าตราบที่ผลตอบแทนยังเป็นบวก ไม่ว่าจะด้วยเพราะอะไรก็ตาม ก็ถือว่าถูกต้อง การที่คิดว่าเทรดเสียนั้นคือสิ่งผิด และเทรดได้คือสิ่งที่ถูกต้อง พอผิดก็คิดจะเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อย ๆ มักจะหาเครื่องมือที่เป็นชนะ 100%  หรือที่เรียนกันว่าการตามหา Holy Grail ซึ่งในโลกในการเทรดแล้วมันไม่มีอยู่จริง แต่! เทรดเดอร์มืออาชีพจะวัดประสิทธิภาพการเทรดจาก “กระบวนการเทรด” มากกว่าตัวเงิน เขาเข้าใจว่าการเทรดเสียไม่ไม่ใช่สิ่งไม่ดี การเทรดเสียเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเทรดที่มีเป็นธรรมชาติ เพียงแต่เราต้องเข้าใจถึงกระบวนการที่เกิดขึ้น เทรดเดอร์มืออาชีพจะโฟกัสที่การพัฒนากระบวนการเทรดและพฤติกรรมการเทรดมากกว่า

Mindset ของเทรดเดอร์มีอาชีพ

          กระบวนการคิดของเทรดเดอร์มืออาชีพ

  • ในระยะสั้น การแพ้หรือการเสียสูญเป็นสิ่งที่ปกติ สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้ววิธีการที่ใช้จะสามารถทำกำไรในระยะยาวได้ จะไม่เปลี่ยนวิธีการ
  • หน้าที่ของเขาคือเพียงการทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
  • ผลลัพธ์เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่วิธีการเป็นสิ่งที่ควบคุมได้
  • จะไม่ให้เสียใจกับการเทรดครั้งที่เทรดแพ้หรือไม่ดีใจกับครั้งที่ชนะ

การรับรู้ความคิดของตัวเองเป็นก้าวแรกเส้นทางไปสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ วิเคราะห์ความผิดพลาดของความคิดตัวเอง และแก้ไขมัน … กระบวนการเหล่านี้จะเป็นการพัฒนาตัวเทรดเดอร์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Posted in Uncategorized Tagged with: , , ,

June 5th, 2016 by admin

วินัย

วินัยของเทรดเดอร์

สิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นเทรดเดอร์คือต้องมี “วินัย” ที่ต้องบอกว่ายากก็เพราะว่า วินัยเปรียบเสมือนนิสัยของเรา นิสัยคนเรานั้นเปลี่ยนยากมาก ต้องใช้เวลา และความต่อเนื่องจนเกิดเป็นนิสัยของคนคนหนึ่ง อย่างเช่น คนที่ติดบุหรี่ รู้ว่าไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้ เพราะติดเป็นนิสัยไปแล้ว เป็นต้น อาชีพเทรดเดอร์ก็เช่นกัน ต้องอาศัยวินัยที่เข้มข้น ถึงจะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้ หากไร้ซึ่งวินัย ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจะอาจทำลายชีวิตของเทรดเดอร์เลยก็เป็นได้

วิธีฝึกให้ทำตามวินัยนั้นมีหลายวิธี ซึ่งหลักๆแล้วขึ้นอยู่กับจิตใจเราเป็นหลักมากกว่า ทางด้านสภาพร่างกายมักไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องเท่าไร่เลย โดยที่จะแนะนำในการฝึกวินัยไว้เป็นแนวทางง่ายๆ ดังนี้

วางเป้าหมายให้ชัดเจน : ระบุไปเลยว่าเราต้องการอะไร ภายในระยะเวลาเท่าไร่ เช่น ต้องการลดน้ำหนัก 10 โล ภายใน 3 เดือน เป็นต้น ซึ่งถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราก็จะรู้แล้วว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นทำไปเพื่ออะไร สายตาเราจะจับจ้องที่เป้าหมายอยู่ตลอดเวลา เวลาท้อ เวลาเหนื่อย เป้าหมายจะเป็นตัวฉุดเรากลับมาให้เรารู้ว่าเราต้องการอะไร

วินัยของเทรดเดอร์

วางแผนฝึกให้ชัดเจน : เมื่อได้เป้าหมายแล้ว เราก็ต้องมากำหนดวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น เช่น ในการลดน้ำหนัก – เราจะกินอาหารวันละไม่เกิน xxx แคล และ จะวิ่งทุกวัน วันละ 2 กม. เป็นต้น

เริ่ม ณ เดี๋ยวนั้น : เมื่อกำหนดแผนการเสร็จแล้วควรจะเริ่มทำ ณ เดี๋ยวนั้น มิฉะนั้นเดี๋ยวจะเกิดการเลื่อนไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่ได้เริ่มสักที  

หาโค้ช : หากเป็นคนที่รู้ตัวมีวินัยไม่เพียงพอ ก็ต้องอาศัยการควบคุมจากคนอื่น เหมือนกันทหารที่ฝึกกันโหดๆ ต้องอาศัยครูฝึกมาควบคุมพฤติกรรม

เริ่มจากง่ายก่อน : การที่เริ่มจากสิ่งที่ง่ายๆ ทำได้สบายๆ จะทำให้เราไม่เครียด ไม่กดดันตัวเอง จะได้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไม่ยากเกินไป ไม่ฝืนเกินไป

ฝึกต่อเนื่องให้ครบ 3 เดือน : ปกติทั่วไปสิ่งที่เราทำซ้ำๆ กันตลอด 3 เดือน มักจะกลายเป็นนิสัยของเราไป อย่างเช่นว่า เราออกกำลังทุกวันตลอด 3 เดือน หากวันไหนเราไม่ไปออกกำลังกาย เราจะรู้สึกแปลกๆ

การฝึกวินัยไม่เพียงแต่อาชีพเทรดเดอร์เท่านั้นที่จำเป็น แต่ยังจำเป็นต่อทุกๆอาชีพ เพื่อเป็นที่สุดของสายอาชีพนั้น ๆ ต้องอาศัยวินัยที่เข้มข้ม ไม่มีนักบอลคนไหน ที่เกิดมาแล้วจะเตะบอลเก่งเลย ทุกคนล้วนแต่ถูกฝึกมาอย่างหนักทั้งนั้น

ทีมงาน : forexthairich.com

Posted in Uncategorized

June 5th, 2016 by admin

 

ระดับความรู้

เริ่มใหม่ = 0

วิธีการเทรดที่สามารถสร้างกำไรในตลาด Forex นั้นมีเป็นร้อยๆ วิธี แต่ที่คนส่วนมากไม่สามารถทำกำไรได้ก็เพราะว่า ยังไม่เข้าใจวิธีที่ใช้อย่างแท้จริง ยังไม่เข้าใจถึงกลยุทธ์ที่ใช้ เครื่องมือที่ใช้ ทำให้พอเทรดเดอร์เทรดเสีย ก็มักจะเปลี่ยนไปใช้วิธีการใหม่ กลยุทธ์ใหม่ และเปลี่ยนเครื่องมือใหม่ … จนสุดท้ายเปลี่ยนไปไม่รู้จักจบสิ้น

  การเปลี่ยนวิธีการใหม่ กลยุทธ์ใหม่ และเปลี่ยนเครื่องมือใหม่ เปลี่ยนเสมือนการเริ่มต้นใหม่เลยทีเดียวก็ว่าได้ เราต้องมานั่งศึกษาใหม่ทั้งหมด ทำให้เสียเวลา ติดอยู่ในวงวันเหล่านี้ไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถทำกำไรได้สักทีนึง ซึ่งสาเหตุนี้แหละ แม้จะอยู่ในตลาดมานาน ก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินที่เทรดเดอร์จะต้องประสบความสำเร็จ คล้ายกับ นักรบที่ใช้อาวุธเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ใช้อย่างเทพ ก็สามารถใช้อาวุธอันนี้อันเดียวปราบศัตรูได้ทั้งหมด โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาวุธไปใช้อย่างอื่นเลย

หลักการคือ เลือกวิธีการ กลยุทธ์ และเปลี่ยนเครื่องมือ ให้เหมาะสมกับตัวเอง แล้วโฟกัสไปที่สิ่งๆนั้น ศึกษาให้เข้าใจอย่างแท้จริง … เคยมีแชมป์เทรดเดอร์ในต่างประเทศคนนึง ที่ใช้เพียงเส้นค่าเฉลี่ยเพียงเส้นเดียวในการเทรดตลอดทัวนาเม้นจนได้ที่ 1

ทีมงาน : forexthairich.com

Posted in Uncategorized

June 5th, 2016 by admin


ขึ้นต่อไหม ลงอีกนานป่าว

ราคาจะขึ้นต่อไหม หรือลงอีกนานป่าว

เป็นคำถามที่มักจะถามกันในหมู่นักลงทุน ว่าตลาดจะไปในทิศทางไหนกันต่อ จะขึ้นต่อไป จะลงอีกนานหรือป่าว เดี๋ยวมีเด้งมั้งไหม หรือจะชะลอตัวก่อนหรือป่าว บอกได้เลยครับว่า ทิศทางตลาดนั้นไม่มีใครรู้ 100% หรอกครับ ขนาดนักลงทุนที่เก่งๆใน Wall street ยังคาดเดาทิศทางแนวโน้มตลาดอเมริกาถูกเพียง 60-70% เอง สิ่งที่ทำสำคัญของการเป็นเทรดเดอร์คือ ไม่ว่าตลาดจะออกไปในทิศทางใด ก็สามารถเทรดต่อไปได้ ควรมีความสุขกับการเทรด มากกว่าทุกข์

ทยอยเข้า หรือ ทยอยออก : เป็นกลยุทธ์ที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้กันเป็นปกติ เช่นเข้า 1 / 3 ก่อน พอราคาลงมาอีกค่อยเพิ่มเข้าไป ไม่เข้าทีเดียวหมด เพราะเขารู้ว่า เขาไม่สามารถควบคุมทิศทางของราคาได้ การออกก็เช่นเดียวกันครับ

การใช้ Option ช่วงป้องกันความเสี่ยง : Option เป็นอีกหนึ่งเครื่องที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนได้ แต่ต้องอาศัยความรู้ฟื้นฐานที่พอสมควร ทั้งเครื่องมืออย่าง Call และ Put option หากใช้ดีๆจะเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์ได้อย่างยิ่ง

ขึ้นต่อไหม ลงอีกนานป่าว 3

นี่เป็นเพียงน้ำจิ้มในส่วนของวิธีการป้องกันความเสี่ยงให้กับนักลงทุน สิ่งสำคัญที่สุดของเทรดเดอร์คือต้องรักษาเงินลงทุนให้ได้ครับ เพราะเงินลงทุนนั้นเป็นหัวใจของเทรดเดอร์ ซึ่งเงินลงทุนเราหมดไป เราก็จะไม่มีโอกาสที่จะไปเทรดต่อ ซึ่งพวกมือใหม่ส่วนมากมักจะชอบไปโฟกัสที่กำไร แต่ขอย้ำไว้เสมอเลยครับว่า ให้โฟกัสไปที่เงินทุนก่อน รักษามันให้ได้ก่อน เดี๋ยวกำไรมันจะมาเอง ขอแค่เทรดใน 1 ปีแรกให้เท่าทุน ไม่ขาดทุน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในก้าวแรกของอาชีพเทรดเดอร์แล้ว ประสบการณ์จะเป็นตัวเร่งเราให้ถึงจุดหมายให้เร็วขึ้น

ทีมงาน : forexthairich.com

Posted in Uncategorized

June 5th, 2016 by admin

 
ปํญหาจิตวิทยาการเทรดที่พบบ่อย

ปัญหาจิตวิทยาการเทรดที่พบบ่อย

เป็นปกติที่มนุษย์จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ตลาดเวลา เพราะคนเรามีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีจิตใจ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่จะตัดสินโดยปราศจากอารมณ์ เพียงแต่เราแค่ปรับปรุงและแก้ไขให้มันดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ และไม่กลับไปทำผิดพลาดซ้ำเดิมอีก เรามาดูสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆในการเทรด

  • ไม่ตั้ง Stoploss : บางคนไม่สามารถยอมรับความผิดพลาดของตนเองได้ หาเหตุผลอื่นมาเข้าข้างตัวเอง หวังว่าราคาจะกลับไปที่ทุนของเรา
  • ถือนานไม่ได้ : ราคาไม่ไปไหนสักที เกิดความกังวล เครียด จนปิดสถานะไปก่อน
  • ถัวขาดทุน : พอราคาวิ่งไปผิดทาง ก็ซื้อเพิ่มมันเลย เพื่อลดต้นทุน แล้วหวังว่าราคาจะกลับมาตามที่คิดไว้ในตอนแรก จนสุดท้ายพอร์ตแตก ไม่สามารถเทรดต่อได้
  • ปิดจอหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ : คือต้องเข้าใจว่าการเทรดที่ดี ไม่ควรใช้ดวงการเกี่ยวข้อง
  • พวกชอบลุ้น : เทรดเดอร์บางคนเป็นพวกเสพติดการพนัน มักขอแค่ได้ลุ้นพอแล้ว แม้จะไม่ครบเงื่อนไงในการเทรดก็ตาม โดยส่วนมากออเดอร์ที่เปิดลุ้นมักจะเสีย และเทรดเดอร์ลักษณะนี้มักไม่รู้ตัวว่าจำนวนเงินที่เสียในการทำแบบนี้มันค่อนข้างมาก
  • อารมณ์เสียตอนแพ้ และดีใจตอนชนะ : กรณีนี้ไม่แตกต่างอะไรจากการพนันเลย เราไม่ควรนำผลลัพธ์มาเป็นปัจจัยต่อการตัดสินว่าเราถูกหรือผิด แต่ควรไปโฟกัสที่วิธีการที่เทรดมากกว่า

ปํญหาจิตวิทยาการเทรดที่พบบ่อย 2

ย้ำอยู่เสมอว่าเทรดเดอร์ที่ดีควรรู้จักสำรวจตัวเองว่า เราผิดพลาดตรงไหน และนำข้อผิดพลาดนั้นมีปรับปรุงแก้ไข สิ่งที่สำคัญอีกอย่างนึงของอาชีพเทรดเดอร์คือ เราควรมีความสุขกับการเทรด มากกว่าที่จะไปเครียดกับมัน เพราะเราต้องอยู่กับมันอีกนาน ถ้าจะจริงจังในอาชีพนี้ ควรมีการควบคุมอารมณ์ที่ดีเพราะอาชีพเทรดเดอร์ถือว่าเป็นอาชีพที่ค่อนข้างเครียดสำหรับคนทั่วไป

ทีมงาน : forexthairich.com

Posted in Uncategorized